.. ชีวิตเราในโรมเป็นไงมั่ง อยากรู้ป่าว จะเล่าให้ฟัง .. ช่วงแรกๆมาถึงเจอเทศกาล ผู้คนมหาศาล ฝนตกเกือบทุกวัน ไม่มีข้าวกิน คนสูบบุหรี่เยอะมาก ไม่ชอบเลย เดินตามถนนก็ต้องระมัดระวังทุกฝีก้าว .. ไม่ใช่ขโมยหรือโจรอะไร แต่เป็นขี้น้องหมา เพียบ! ที่สำคัญ เมืองอะไรก็ไม่รู้วุ่นวายชิบเป๋ง

ยังแอบค้านในใจที่เพื่อนบอกไว้ตอนก่อนมาว่า "ชอบโรมมาก คิดถึงโรม ต้องชอบแน่ๆ" .. ได้ยังไงเนี่ย

ผ่านไปเกือบจะเดือนแล้ว เราไม่ได้ออนไลน์ ไม่มีอินเตอร์เนทใช้ ไม่มีมือถือด้วย รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสมัยอยู่ปีสองปีสาม สมัยที่มือถือยังไม่ระบาด อินเตอร์เนทยังแพงและค่อนข้างช้า (( รูมเมทเค้ากระวนกระวายอยากเล่นเนท ที่ไหนต่อwirelessได้ ไกลแค่ไหนก็จะเดินไป .. มองแล้วนึกถึงชีวิตวัยหนุ่ม 55 แต่ตอนนี้ปลงแล้วจ้า )) .. ได้อยู่แบบสมถะ คนเริ่มซา ได้เดินเล่น นั่งรถเมล์เล่น ชักจะชอบโรมขึ้นมาแล้วสิ แต่ต้องไม่นับวันฝนตกนะ

อาจจะเพราะว่าไม่ได้มาเที่ยวชมแบบนักท่องเที่ยว แถมยังไม่ได้อยู่นานเป็นปี ทำให้ต้องระมัดระวังเรื่องการจับจ่ายใช้สอยและกินอยู่ หลายอย่างที่โรมแพงมากแพงกว่าที่ US อีก โดยเฉพาะแถวบ้านเราเพราะอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวใจกลางเมือง จะซื้อมือถือรึก็แพง-ตกรุ่นเร็วอีก และเราก็อยู่ไม่นานขนาดนั้น แต่มีสิ่งเดียวที่ไม่ต้องตัดสินใจยังไงก็ซื้อแน่นอน คือหม้อหุงข้าว เพราะมันสามารถช่วยคุณประหยัดได้ด้วยการทำกับข้าวกินเองทุกวัน แต่กว่าจะได้มาซึ่งหม้อหุงข้าว ก็ปาเข้าไปเกือบสองอาทิตย์ แบบว่า เปิดเรียนปุ๊บก็เรียนอย่างหนัก ออกเดินทุกวันเช้ายันเย็น ไม่ต้องกลัวว่ากินอะไรไปแล้วร่างกายไม่เผาผลาญ ผ่านไปเจ็ดวันกางเกงหลวมขึ้นทันตา วางแผนกันกับรูมเมทว่าเดือนหน้าจะซื้อตั๋วรถเมล์แบบรายเดือน เพราะขี้เกียจเดินกันทั้งคู่ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ เราได้ออกสำรวจเมืองได้ไกลกว่าระยะเดินถึง แต่หาแนวร่วมอื่นไม่ค่อยได้แฮะ ท่าทางคนอื่นๆ จะชอบเดินกัน ..

บ้านที่เราอยู่ เป็นอพาร์ตเม้นท์สองห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งครัว และห้องนั่งเล่น เพดานสูง อยู่ชั้นบนสุดของตึก(ชั้นห้า) บรรยากาศโดยรวม เก่าๆหน่อย แต่ก็ไม่โทรม .. ฟังดูดีเนอะ แต่ไม่มีลิฟท์จ้า เดินกันขาลากทุกวัน พร้อมกับร้องเพลง "ซักวันหนึงเราจะชิ้น เราจะชิน" เพื่อนร่วมชะตากรรมทั้งสิ้นมีสี่คน นานาชาติมาก -- เกาหลีสอง จีนหนึ่ง และเรา(หญิงไทยใจงาม :P ) อยู่กันหลายคนก็ต้องเผชิญกับปัญหาข้อขัดแย้งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มีสาวเกาหลีคนนึงที่มีปัญหากะทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา ทำให้บ้านไม่ค่อยน่านอยู่เท่าที่ควรจะเป็น .. สาวเกาหลีที่บอกเป็นคนที่อารมณ์ขึ้นๆลงๆคาดเดาไม่ได้ ขี้บ่นมาก คิดเล็กคิดน้อย เจ้าระเบียบ และ หัวโบราณ ((จริงๆเวลาดีก็ดีนะ แต่บทจะวีนขึ้นมาก็ต้องหลบดีดีละกัน ส่วนใหญ่หลบกันไม่ค่อยจะทันเพราะเค้าเล็งเป้าหมายไว้ก่อนหน้าแล้ว .. น่ากลัวมาก)) เค้าไม่ชอบ"โรม"อย่างแรง เลยเลือกจะอยู่บ้านทั้งวันไม่ออกไปไหนนอกจากโรงเรียน กะ fieldtrip อยู่มาวันนึงก็ตั้งตัวเองเป็นผู้คุ้มกฎ จัดให้มีการประชุมบ้านทุกอาทิตย์ เราและรูมเมทคนจีน(อยู่ห้องนอนเดียวกัน) ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไร เป็นต้องมีเรื่องทำอะไรไม่สบอารมณ์ บางทีไปข้างนอกกลับมา เจ๊เค้านั่งรออยู่ ..แบบนี้แปลว่า มีเรื่อง! ((ไม่รู้ว่ารูมเมทคนเกาหลีของเจ๊เค้าจะโดนมั่งมั๊ย แต่ไม่ค่อยเห็นจะอยู่บ้านเลย สงสัยไม่อยากจะมีเรื่องด้วยกระมัง)) .. ช่วงเวลาแสนสุขคือช่วงเวลาที่เจ๊แกนอนหลับหรือไม่อยู่บ้าน ทุกคนได้หายใจกันโล่ง--ชีวิตสงบสุข ทีแรกก็นึกว่าเราคนเดียวที่รู้สึกแต่ที่ไหนได้โดนกันหมดแล้ว มิน่าล่ะ
.. จะให้เล่าถึงรูมเมทเนี่ย สามวันสามคืนก็ไม่จบ เพราะมีเรื่องใหม่ๆมาเติมเกือบทุกวัน ไว้เล่าตอนหน้าละกันเดี๋ยวจะยาวเกิน

เล่าเรื่องเรียนดีกว่า พวกเราทั้งหมดจาก ISU มากันห้าสิบสี่คนบวกอาจารย์อีกสองคน ทยอยกันมาถึงโรมวันที่ 3-5 มกรา วันที่ 6 มี orientation นักเรียนถูกแบ่งออกเป็นสี่กลุ่มใหญ่ๆเรียงตามนามสกุล มีอาจารย์พิเศษเพิ่มอีกสองคน เพื่อให้แต่ละกลุ่มมีอาจารย์ประจำ อาจารย์ประจำกลุ่มเราเป็นคนอังกฤษ เวลาพูดจะมีสำเนียงแบบอังกฤษฟังแล้วสนุกดี วิชาที่ต้องเรียนทั้งหมดมี ภาษาอิตาเลี่ยน ประวัติศาสตร์สถาปัตย์โรม สตูดิโอ drawing และ สัมมนา .. สามวิชาหลังเนี่ยถูกเอามาผสมรวมกัน และต้องเรียนกับอาจารย์ประจำกลุ่ม บางทีต้อง Sketch ทั้งวัน บางทีก็ออกไป museum แต่รู้สึกว่า วิชา drawing จะจบวันจันทร์ที่จะถึงนี้ มี exhibition เอาผลงานมาประชันกันด้วย หลังจากนั้นจะเปลี่ยนเป็น studio ทำโปรเจคแทน เรื่องโปรเจคถ้าจะเล่าก็ต้องลงรายละเอียดเหมือนกัน ขอเลื่อนไปเล่าครั้งถัดไปนะจ๊ะ

พรุ่งนี้จะมี field trip ไป Florence ตื่นเต้นมากๆ ((อยากไปมาตั้งแต่อ่านหนังสือเรื่อง Rosso + Blu แล้ว .. ))

เขียนเรื่องนี้มาปีกว่าแล้ว ตอนที่ไปโรมใหม่ๆกับโปรแกรมแลกเปลี่ยนของโรงเีีีรียน รู้สึกเสียดายมากที่ไม่ค่อยมีรูปถ่ายเก็บไว้ ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นสี่เดือน มีความทรงจำดีดี เกี่ยวกับผู้คนและสถานที่ มากมาย .. ถึงแม้ว่าช่วงแรกๆจะอึดอัดใจไปบ้างด้วยที่ต้องปรับตัว แต่ตอนนี้เราพูดได้อย่างไม่อายเลยว่า เรารัก"โรม"

ถ้ามีโอกาส จะกลับไปเยี่ยมอีกนะ หวังว่าคงจะยังสบายดี

หลังจากแอบมองของชาวบ้านอยู่นาน ..
อยากมีส่วนร่วม แต่ก็เขียนไม่เก่ง

นึกไม่ออกว่าจะเริ่มต้นยังไง เอาเป็นว่า สมัครก่อนละกัน :D

 

 

ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะค้าาาา

 

ป.ล. ภาพข้างบนเป็นภาพถ่าย แม่น้ำ Arno ที่ไหลผ่านเมือง Pisa, Italy

นอกจากหอเอนเมืองปิซ่าที่เรารู้จักกันแล้ว โบสถ์เล็กๆน่ารัก สไตล์ Pisan-Gothic ที่อยู่้ทางขวาในรูป ชื่อ Santa Maria della Spina ก็มีความสวยงาม น่าสนใจไม่แพ้กัน


(( โบสถ์หลังนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1230 เดิมอยู่ริมน้ำต่ำกว่าระดับถนนปัจจุบัน นับว่าเป็นตำแหน่งที่แปลกเอาการอยู่ แต่เนื่องจากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จึงเสียหายและได้รับกาีัรสร้างใหม่ในปี ค.ศ.1323 ขยับสูงขึ้นมาอยู่ระดับเดียวกับถนน ดังที่เห็นในภาำำพ ))

Recommend

Icey Cherry View my profile